รู้ทันเรื่องแมว ดูแลกันได้ดีขึ้น ♡
ดูแลทุกวัน

อาหารแมว เลือกอย่างไร? อ่านฉลากให้เป็นก่อนซื้อ

วิธีอ่านฉลากอาหารแมว ดูชนิดอาหาร ช่วงวัย พลังงาน ผู้ผลิต และคำแนะนำการให้อาหาร โดยไม่ตัดสินจากคำโฆษณาหน้าถุงอย่างเดียว

เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลที่ระบุท้ายบทความ เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไปและควรปรับให้เหมาะกับแมวแต่ละตัว

อ่านแค่นี้ก่อนก็ได้ ♡

เริ่มจากดูว่าเป็นอาหารสำหรับแมวและเหมาะกับช่วงวัยหรือภาวะของน้อง จากนั้นตรวจคำรับรองว่าเป็นอาหารครบถ้วนหรืออาหารเสริม พลังงานต่อหน่วย วิธีให้ และข้อมูลผู้ผลิต หากน้องมีโรคประจำตัวให้ถามสัตวแพทย์ก่อนเปลี่ยนอาหาร

คู่มือสำหรับคนรักแมว
ภาพประกอบบทความ อาหารแมว เลือกอย่างไร? อ่านฉลากให้เป็นก่อนซื้อ

5 จุดบนฉลากอาหารแมวที่ควรอ่าน

หน้าถุงออกแบบมาให้จำง่าย แต่ข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจมักอยู่ด้านข้างหรือด้านหลัง ตรวจชนิดสัตว์ ช่วงวัย ข้อความว่าเป็นอาหารครบถ้วนหรืออาหารเสริม ปริมาณสุทธิ และชื่อผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายให้ครบ คำว่า “พรีเมียม” “ธรรมชาติ” หรือภาพวัตถุดิบสวย ๆ ไม่ได้บอกเพียงพอว่าอาหารนั้นเหมาะกับแมวของเรา

  • ชนิดและช่วงวัย: ลูกแมว แมวโต หรือสูตรที่สัตวแพทย์กำหนด
  • พลังงาน: อ่านทั้งกิโลแคลอรีต่อกิโลกรัมและต่อซอง/กระป๋อง/ถ้วยเมื่อมีระบุ
  • คำแนะนำการให้: เป็นจุดเริ่มต้น ต้องปรับตามน้ำหนัก รูปร่าง กิจกรรม และขนม
  • ข้อมูลติดต่อบริษัท: ควรมีช่องทางให้ถามรายละเอียดและติดตามล็อตสินค้า

ส่วนผสมกับเปอร์เซ็นต์สารอาหารอ่านคนละแบบ

รายชื่อส่วนผสมเรียงตามน้ำหนักตอนผสม จึงใช้บอกว่าใส่อะไรมาก่อนหลังได้ แต่ไม่ควรใช้ส่วนผสมรายการแรกเพียงอย่างเดียวตัดสินคุณภาพทั้งหมด ตารางวิเคราะห์รับประกันมักแสดงโปรตีน ไขมัน ใยอาหาร และความชื้นในรูปเปอร์เซ็นต์ “as fed” อาหารเปียกกับอาหารเม็ดมีน้ำไม่เท่ากัน จึงเอาตัวเลขหน้าฉลากมาเทียบตรง ๆ แล้วสรุปว่าอันไหนโปรตีนสูงกว่าไม่ได้เสมอ

สิ่งที่ใช้ได้จริงกว่าคือถามว่าอาหารครบถ้วนสำหรับช่วงวัยหรือไม่ บริษัทมีผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและระบบควบคุมคุณภาพอย่างไร และสามารถให้ข้อมูลพลังงานกับสารอาหารเพิ่มเติมได้หรือไม่

คำนวณมื้อจากพลังงานและรูปร่าง

ตารางข้างถุงเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับประชากรแมวทั่วไป ไม่ใช่คำสั่งตายตัว ชั่งอาหารด้วยตาชั่งครัวเมื่อทำได้ รวมแคลอรีจากขนมและอาหารทุกชนิด แล้วชั่งน้ำหนักพร้อมเช็ก Body Condition Score เป็นระยะ หากน้ำหนักขึ้นหรือลงโดยไม่ได้ตั้งใจให้คุยกับสัตวแพทย์ก่อนลดหรือเพิ่มอาหารมาก ๆ

สิ่งที่สังเกตจดอย่างไรใช้ตัดสินใจอะไร
น้ำหนักและ BCSชั่งเวลาใกล้เคียงกันและถ่ายภาพมุมบน/ด้านข้างดูแนวโน้ม ไม่ตัดสินจากเลขครั้งเดียว
อาหารจริงต่อวันชั่งเป็นกรัม รวมขนมและอาหารจากคนอื่นหาปริมาณที่น้องกินจริง
อาการร่วมกินน้ำ อาเจียน อุจจาระ และพลังงานบอกสัตวแพทย์เมื่อมีความเปลี่ยนแปลง

เปลี่ยนอาหารโดยไม่ทำให้ข้อมูลหาย

หากไม่มีเหตุฉุกเฉินหรือคำสั่งเฉพาะจากสัตวแพทย์ ให้ค่อย ๆ เปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้ผลิตหรือคลินิก ระหว่างเปลี่ยนจดสัดส่วนอาหารเดิมกับอาหารใหม่ ปริมาณที่กิน อุจจาระ อาเจียน และอาการคัน อย่าเปลี่ยนอาหาร ขนม ทราย และกิจวัตรหลายอย่างพร้อมกัน เพราะจะย้อนหาสาเหตุได้ยาก

คำนวณโปรตีนแบบ dry matter ใน 1 นาที

ตัวเลข “โปรตีน 10%” บนอาหารเปียก กับ “โปรตีน 32%” บนอาหารเม็ด เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ เพราะอาหารเปียกมีน้ำ 75–80% ต้องแปลงเป็นฐานแห้ง (dry matter) ก่อน

  1. หาความชื้น (Moisture)บนฉลาก เช่น อาหารเปียก 78%
  2. คำนวณของแห้ง100 − 78 = 22%
  3. หารโปรตีนด้วยของแห้งโปรตีน 10% ÷ 22% = 45% (dry matter)
  4. ทำแบบเดียวกับอาหารเม็ดโปรตีน 32%, ความชื้น 10% → 32 ÷ 90 = 36%
  5. เทียบกันอาหารเปียกกระป๋องนี้โปรตีนสูงกว่าอาหารเม็ดนี้ แม้ตัวเลขบนฉลากดูน้อยกว่า
ฉลากบอกอาหารเปียก Aอาหารเม็ด B
โปรตีน (as fed)10%32%
ความชื้น78%10%
โปรตีน dry matter45%36%
คาร์โบไฮเดรตโดยประมาณ*ต่ำสูงกว่า

*คาร์โบไฮเดรตไม่บังคับแสดงบนฉลาก ประมาณจาก 100 − (โปรตีน + ไขมัน + เถ้า + ไฟเบอร์ + ความชื้น)

♡ ทริคจากทาสแมว

เก็บภาพฉลากอาหารที่แมวกินได้ดีไว้ในอัลบั้มมือถือ เวลาเปรียบเทียบยี่ห้อใหม่จะไม่ต้องจำตัวเลข

ส่วนผสมที่ควรมองหาและควรระวัง

รายการส่วนผสมเรียงตามน้ำหนักก่อนปรุง 3–5 อันดับแรกบอกได้มากที่สุด

มองหาหมายเหตุ
เนื้อสัตว์ระบุชนิดอยู่อันดับแรก เช่น ไก่ ปลาทูน่า“เนื้อสัตว์” ลอย ๆ ไม่ระบุชนิด บอกอะไรไม่ได้
ทอรีน (taurine)แมวสร้างเองไม่ได้ ขาดแล้วหัวใจและตาเสีย
มีคำว่า “ครบถ้วน/complete” หรืออ้างอิง AAFCO“เสริม/complementary” คือขนม ไม่ใช่มื้อหลัก
ระบุช่วงวัย ลูกแมว/โต/สูงวัยลูกแมวต้องการพลังงานและแคลเซียมต่างจากแมวโต
ระวังทำไม
ธัญพืช/แป้งอยู่ใน 2 อันดับแรกแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ ย่อยแป้งได้จำกัด
สีสังเคราะห์ใส่เพื่อคน ไม่มีประโยชน์กับแมว
น้ำตาล น้ำเชื่อมไม่จำเป็นและเพิ่มแคลอรี
หัวหอม กระเทียม (แม้เป็นผง)เป็นพิษต่อเม็ดเลือดแดงแมว

เปลี่ยนอาหารแมวยังไงไม่ให้ท้องเสีย

วันสูตรเดิมสูตรใหม่
1–275%25%
3–450%50%
5–625%75%
7+0%100%
  • แมวท้องอ่อนหรือแมวสูงวัย ยืดเป็น 10–14 วัน
  • ถ้าท้องเสียหรืออ้วก ถอยกลับไปสัดส่วนก่อนหน้า 2–3 วัน ดูที่ แมวท้องเสีย
  • แมวที่ไม่ยอมกินสูตรใหม่เลย อย่าอดอาหารเพื่อบังคับ แมวอดได้แค่ไม่กี่วันก็เสี่ยงไขมันพอกตับ
  • เปลี่ยนจากเม็ดเป็นเปียก ลองอุ่นเล็กน้อยและบี้ให้เนียน แมวหลายตัวติดสัมผัสเดิม
เช็กฉลากก่อนหยิบใส่ตะกร้า0/6
ติ๊กแล้วจำไว้ในเบราว์เซอร์นี้ ♡

คำถามที่พบบ่อย

อาหารแมวยี่ห้อไหนดี?

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับแมวทุกตัว ให้เลือกอาหารครบถ้วนที่เหมาะกับช่วงวัยและสุขภาพ อ่านพลังงาน และติดตามน้ำหนักกับการยอมรับของแมว

ดูส่วนผสมรายการแรกพอไหม?

ไม่พอ รายชื่อส่วนผสมไม่ได้บอกคุณภาพ การย่อยได้ หรือความเหมาะสมทั้งหมด ควรดูสถานะอาหารครบถ้วน พลังงาน ระบบผลิต และปรึกษาสัตวแพทย์ร่วมด้วย

สูตร grain-free จำเป็นไหม?

คำบนฉลากอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าเหมาะกว่า แมวที่มีปัญหาสุขภาพควรให้สัตวแพทย์ประเมินก่อนเลือกสูตรจำกัดวัตถุดิบ

อาหารเกรนฟรี (grain-free) ดีกว่าไหม?

ไม่จำเป็น เกรนฟรีหลายสูตรแทนธัญพืชด้วยมันฝรั่งหรือถั่วซึ่งก็เป็นคาร์โบไฮเดรต ให้ดูโปรตีน dry matter และแหล่งโปรตีนแทนคำโฆษณา

อาหารแมวราคาแพงจำเป็นไหม?

ราคาไม่ได้บอกคุณภาพเสมอ อาหารราคากลางที่ส่วนผสมดีและแมวกินแล้วขนสวย อึดี น้ำหนักคงที่ ก็เพียงพอ

แหล่งข้อมูล

WSAVA Global Nutrition Guidelines ↗

Cornell: Feeding Your Cat ↗

ตรวจสอบแหล่งข้อมูลล่าสุดเมื่อ 14 กันยายน 2569

กลับไปดูคู่มือทั้งหมด

ของใช้แมวที่ทาสแมวซื้อกันเยอะ

ลิงก์ Affiliate · อ่านนโยบาย